วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

6 นิสัยของสาวหุ่นเพรียว (ที่คุณควรเอาอย่าง)




1.ไม่อดอาหาร ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ด้วยการทานผักและผลไม้ รวมถึงอาหารที่มีไฟเบอร์ให้มากขึ้น อย่าลืมดื่มเปล่า มากๆ และให้คำนึงถึงอาหารที่มีประโยชน์มากกว่าปริมาณแคลอรี




2.แค่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และทำให้ติดจนเป็นนิสัย ถ้าคุณไม่เคยแม้แต่จะย่างกรายเข้าไปในฟิตเนส อาจเริ่มจากการเดินในสวน 10-15 นาที และพัฒนาเป็น ออกกำลังกายในยิมอย่างจริงจังมากขึ้น




3.อย่าบรรเทาอารมณ์หงุดหงิดด้วยอาหาร ตั้งแต่นี้เมื่อนึกเบื่อหรือหงุดหงิดเมื่อไร ให้ออกไปเดินเล่น ดูหนัง ฟังเพลง หรือคุยกับเพื่อน เพื่อลดความ เครียด แทนการหยิบของกินใส่




4.เก็บแต่อาหารที่มีประโยชน์ไว้ในครัว ไม่ได้ห้ามว่าไม่ให้มีของกินเล่นหรือของหวานไว้ติดบ้านเลย แต่ให้มีปริมาณน้อยถึงน้อยที่สุดน่าจะดีกว่า




5.กินอาหารที่ชอบเพื่อลดความอยาก ถ้าอยากทานอะไรก็ทานได้ด้วยความอิ่มเอมใจ แต่ให้ทานช้าๆ เข้าไว้และทานในปริมาณน้อย เท่านี้คุณก็ จะรู้สึกอิ่มนานและรับรู้รสอย่างเอร็ดอร่อย




6.ทานอาหารเช้าทุกวัน 80% ของสาวผอมประสบความสำเร็จในการควบคุมน้ำหนักด้วยการกินอาหารเช้า เพราะคนที่กินอาหาร เช้ามีแนวโน้มที่จะได้รับแคลอรีตลอดวันน้อยลง และยังมีระดับของคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) ต่ำกว่า

5 ย. ไม่ยาก เพื่อรักยืนยง


ชีวิต คู่ที่มั่นคง อบอุ่นไปด้วยความรักความเข้าใจ เป็นแหล่งพลังกายและพลังใจอันสำคัญให้เรายืนหยัดอยู่ได้อย่างมีความสุข ด้วยหลักการง่ายๆ คือ ยกย่อง ยินยอม ยืดหยุ่น แยกแยะ และยืนหยัด ปัจจุบันในสภาวะสภาพแวดล้อมที่การดำเนินชีวิตนั้นยากลำบากกว่าในอดีต ครอบครัวที่มั่นคงเต็มเปี่ยมด้วยความรักความเข้าใจ เป็นเสมือนขุมพลังหล่อเลี้ยงและสร้างแรงใจให้เราสามารถยืนหยัดอยู่ได้อย่าง มีความสุขและมีความหวังเพื่ออนาคต ในการส่งเสริมความสัมพันธ์ของชีวิตคู่ยุคใหม่หลักการ "5" ย. จึงเป็นหลักเบื้องต้นของครอบครัว


ยกย่อง สำหรับคู่ชีวิตการยกย่องให้เกียรติกันและกันมีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ การรู้จักยกย่องคู่ชีวิตบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงทั้งต่อหน้าและลับหลังนั้น จะทำให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่าง ราบรื่นไม่มีปัญหา แม้ไม่รู้ว่าจะใช้วาจาพูดยกย่องอย่างไร เบื้องต้นคือต้องไม่นำเอาสามีหรือภรรยาไปพูดคุยอย่างสนุกปาก เพราะหากใครได้ยินจะเข้าใจว่าสามีภรรยาคู่นี้ไม่ให้เกียรติกันและกัน


ยินยอม รู้จักยินยอม เออออ ตามใจอีกฝ่ายหนึ่งบ้าง เพราะคน 2 คนที่มาจากที่ต่างกัน แล้วมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ย่อมมีสักครั้งหรือหลายครั้งที่มีความคิดเห็นไม่ลงรอยกัน ในขณะที่การอยู่ร่วมกันนั้นมีหลายเรื่อง ที่ทั้งคู่จำเป็นต้องตัดสินใจร่วมกัน ถ้าต่างคนต่างถือเหตุผลของตัวเองเป็นใหญ่ ไม่มีใครยอมใคร มุ่งแต่จะเอาชนะ ชีวิตคู่แบบนี้คงอยู่กันไม่ยืด


ยืดหยุ่น ในการใช้ชีวิตคู่ ยิ่งอยู่ด้วยกันนาน ยิ่งรู้จักกันมากขึ้น และมีเรื่องราวต่างๆ ผ่านเข้ามาในชีวิตกันและกันมากขึ้น ตอนอยู่กันใหม่อะไรๆ ก็พอทนได้พออยู่นานเข้าที่เคยทนได้ ก็เริ่มจะทนไม่ได้รับไม่ได้ขึ้นมา เพราะเจอเรื่องเดิมๆ ซ้ำซาก ความจริงชีวิตคู่ยิ่งอยู่นานก็ยิ่งต้องมีการยึดหยุ่นให้แก่กันและกันมากกว่า รักกันแรกๆ ต้องรู้จักประนีประนอมยอมความและผ่อนปรน



แยกแยะ การใช้ชีวิตทั้งในส่วนที่เป็นชีวิตส่วนตัวและชีวิตคู่ มักมีเรื่องราวต่างมาปะปนจนแยกไม่ออก ถ้าเป็นเรื่องเล็กน้อยนั่นนิดนี่หน่อยปะปนกันก็ยังพอมองข้าม แต่บางเรื่องเป็นเรื่องที่ปนกันไม่ได้ เช่น เรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวบางคนหงุดหงิดจากที่ทำงานกลับมาบ้านพาลหงุดหงิด กับภรรยาที่บ้านหรือมีปัญหาที่บ้านแล้วไปโวยวายกับเพื่อนร่วมงานหรือลูกน้อง อาจส่งผลให้เกิดปัญหาได้ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน ภรรยาบางคนโทรเช็คสามีตลอดวันเป็นการรบกวนสมาธิในการทำงานแทนที่จะซาบซึ้ง ว่ารักและห่วงใยอาจทนไม่ไหวต้องแยกทางกัน



ยืนหยัด ไม่ว่าจะเกิดปัญหาใดขึ้นก็ตาม กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ความปรารถนาที่จะมีความสุขสดชื่นตลอดไปในชีวิตคู่ต้องมีใจที่จะยืนหยัด ต่อสู้ด้วยกันจะสุขจะทุกข์ก็ต้องร่วมกันฟันฝ่า ใครท้อแท้หรือล้มลงก็ต้องช่วยดึงกันให้ลุกขึ้นยืนใหม่อย่างมั่นคงเข้มแข็งให้ได้ เพราะความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยมสร้างได้จากความรัก ความเข้าใจ และไว้ใจซึ่งกันและกัน รักนั้นจึงจะยืนยาว

วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2553







สูตรลับไดเอต
วันที่ 1อาหารเช้า........ฝรั่ง กล้วยน้ำว้า โยเกิร์ตเครื่องดื่ม.........น้ำมะละกอปั่นผสมกับน้ำส้มคั้นและขิงเล็กน้อยผสมน้ำลงไปเจือจางอาหารกลางวัน........ข้าวต้มปลากับหน่อไม้ฝรั่งสีเขียวน้ำผลไม้..........ปั่นมะละกอครึ่งผลกับน้ำส้มคั้น 50 มิลลิกรัมและโยเกิร์ต 100 กรัมอาหารเย็น..........ก๋วยเตี๋ยวไก่
วันที่ 2อาหารเช้า..........ไข่เจียวใส่หอมซอย ข้าวซ้อมมือ 1 ทัพพีผลไม้........กล้วยน้ำว้า 1 ผล และสับปะรด 1 ชิ้นอาหารกลางวัน.........แกงจืดวุ้นเส้น ข้าวซ้อมมือ 1 ทัพพีเครื่องดื่ม...........น้ำมะละกอปั่นผสมน้ำส้มและขิงเล็กน้อย ผสมน้ำลงไปเจือจางอาหารเย็น...........แกงเผ็ดเนื้อ ข้าวซ้อมมือ 1 ทัพพี
วันที่ 3อาหารเช้า.........กล้วย มะละกอ และโยเกิร์ตผลไม้......สับปะรดอาหารกลางวัน........ต้มยำกุ้ง ข้าวซ้อมมือ 1 ทัพพีผลไม้......กล้วย 1 ผลอาหารเย็น..........ผัดผักรวมมิตร ข้าวซ้อมมือ 1 ทัพพี
วันที่ 4อาหารเช้า.....ไข่เจียวกับพริกหวาน (ไข่หนึ่งฟอง) ข้าวซ้อมมือ 1 ทัพพีผลไม้.....ฝรั่งและกล้วยน้ำว้าอย่างละ 1 ผลอาหารกลางวัน........ข้าวต้มหมูเครื่องดื่ม.....น้ำมะละกอปั่นผสมน้ำส้มและขิงเล็กน้อย ผสมน้ำลงไปเจือจางอาหารเย็น.........ผัดผักเปรี้ยวหวานกุ้ง ข้าวซ้อมมือ 1 ทัพพี
วันที่ 5อาหารเช้า......กล้วยน้ำว้า มะละกอ และโยเกิร์ตเครื่องดื่ม.......น้ำฝรั่ง 1 แก้วอาหารกลางวัน..........แกงจืดวุ้นเส้นใส่ผัก ข้าวซ้อมมือ 1 ทัพพีผลไม้..........มะม่วง 1 ผลอาหารเย็น..........แกงเผ็ดไก่ ข้าวซ้อมมือ 1 ทัพพี
วันที่ 6อาหารเช้า........ไข่เจียวกับมะเขือเทศ ข้าวซ้อมมือ 1 ทัพพีผลไม้......สับปะรด ฝรั่งอาหารกลางวัน............ข้าวต้มกุ้งเครื่องดื่ม........น้ำมะม่วงปั่นผสมกับน้ำส้มคั้นและขิงเล็กน้อย ผสมน้ำลงไปเจือจางอาหารเย็น..........ก๋วยเตี๋ยวผัดซีอิ๋ว
วันที่ 7อาหารเช้า......สับปะรด กล้วยน้ำว้า และโยเกิร์ตเครื่องดื่ม...น้ำมะม่วงปั่นผสมกับน้ำส้มคั้นและขิงเล็กน้อย ผสมน้ำลงไปเจือจางอาหารกลางวัน.........แกงป่าไก่ ข้าวซ้อมมือ 1 ทัพพีเครื่องดื่ม......น้ำสับปะรดปั่นอาหารเย็น.......ผัดผักใส่เต้าหู้ ข้าวซ้อมมือ 1 ทัพพี



การดูแลสุขภาพตนเอง
โดยธรรมชาติของมนุษย์ เมื่อเกิดปัญหาต่างๆ ขึ้น ในชีวิต ก็จะพยายามหาทางแก้ปัญหาด้วยตัวเอง เป็นอันดับแรก เมื่อรู้ว่า ไม่สามารถแก้ปัญหาได้เอง ก็จะแสวงหาความช่วยเหลือจากผู้อื่น ในเรื่องความเจ็บป่วย หรือปัญหาสุขภาพก็เช่นเดียวกัน ทุกคนต้องการที่จะดูแลตนเอง ให้มีสุขภาพดีอยู่เสมอ ดังนั้น กล่าวได้ว่า "การดูแลสุขภาพตนเอง เป็นกิจกรรมที่บุคคลแต่ละคนปฏิบัติ และยึดเป็นแบบแผนในการปฏิบัติ เพื่อให้มีสุขภาพดี" อาจแบ่งขอบเขตการดูแลสุขภาพตนเอง เป็น 2 ลักษณะคือ
การดูแลสุขภาพตนเองในสภาวะปกติ เป็นการดูแลสุขภาพตนเอง และสมาชิกในครอบครัว ให้มีสุขภาพแข็งแรง สมบูรณ์อยู่เสมอ ได้แก่
การดูแลส่งเสริมสุขภาพ เพื่อให้สุขภาพแข็งแรง สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข เช่น การออกกำลังกาย การสร้างสุขวิทยาส่วนบุคคลที่ดี ไม่ดื่มสุรา ไม่สูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงจากสิ่งที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
การป้องกันโรค เพื่อไม่ให้เจ็บป่วยเป็นโรค เช่น การไปรับภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ การไปตรวจสุขภาพ การป้องกันตนเองไม่ให้ติดโรค การดูแลสุขภาพตนเองเมื่อเจ็บป่วย ได้แก่ การขอคำแนะนำ แสวงหาวามรู้จากผู้รู้ เช่น อาสาสมัครสาธารณสุขต่างๆ ในชุมชน บุคลากรสาธารณสุข เพื่อให้ได้แนวทางปฏิบัติ หรือการรักษาเบื้องต้นให้หาย จากความเจ็บป่วย ประเมินตนเองได้ว่า เมื่อไรควรไปพบแพทย์ เพื่อรักษาก่อนที่จะเจ็บป่วยรุนแรง และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ หรือบุคลากรสาธารณสุข เพื่อบรรเทาความเจ็บป่วย และมีสุขภาพดีดังเดิม การที่ประชาชนทั่วไปสามารถดูแลสุขภาพตนเองได้นั้น จำเป็นต้องมีความรู้ ึความเข้าใจในเรื่อง การดูแลสุขภาพ ตั้งแต่ยังไม่เจ็บป่วย เพื่อบำรุงรักษาตนเอง ให้สมบูรณ์แข็งแรง รู้จักที่จะป้องกันตัวเอง มิให้เกิดโรค และเมื่อเจ็บป่วยก็รู้วิธีที่จะรักษาตัวเอง เบื้องต้นจนหายเป็นปกติ หรือรู้ว่า เมื่อไรต้องไปพบแพทย์ หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข